‘ถ้าพวกท่านยกโทษให้ใคร ข้าพเจ้าก็จะยกโทษให้เขาด้วย และถ้าข้าพเจ้ายกโทษเรื่องอะไรไป (ถ้ามีเรื่องใดที่ข้าพเจ้าจะต้องยกโทษให้) ข้าพเจ้าก็ทำเฉพาะพระพักตร์พระคริสต์เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อไม่ให้ซาตานได้เปรียบเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันแล้ว” – 2 โครินธ์ 2:10-11 (THSV11)
การให้อภัยเป็นประโยชน์กับเราเอง เพราะเป็นการเปิดทางให้พระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของเรา ฉันนรู้สึกมีความสุขมากขึ้น และสุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น เมื่อภายในไม่ได้เต็มไปด้วยพิษของการไม่ยอมให้อภัย
โรคร้ายแรงหลายอย่างเกิดขึ้นจากความเครียดและความกดดันที่เกิดจากความขมขื่น ความเคืองแค้น และการไม่ยอมให้อภัย
พระบิดาจะไม่ทรงอภัยบาปของเรา หากเราไม่ให้อภัยผู้อื่น และเราจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่เราหว่าน (ดู มัทธิว 6:14-15; กาลาเทีย 6:7-8) หากคุณหว่านความเมตตา คุณก็จะเก็บเกี่ยวความเมตตา
หากคุณหว่านการตัดสินผู้อื่น คุณก็จะเก็บเกี่ยวการถูกตัดสินเช่นกัน คุณต้องเลือกที่จะให้อภัย โดยอาศัยพระคุณของพระเจ้า เพื่อเปิดประตูแห่งจิตใจให้พระองค์เสด็จเข้ามา
การไม่ให้อภัย เป็นการเปิดช่องให้มารยึดพื้นที่ในใจเรา และหากมันยึดพื้นที่ได้สำเร็จ มันก็จะสร้าง “ป้อมปราการ” ในใจคุณได้ และเมื่อนั้น มันจะสามารถขัดขวางฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้
แต่เมื่อคุณให้อภัย ศัตรูจะไม่สามารถเอาเปรียบชีวิตคุณได้ และยังจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้าให้ดีขึ้น
เมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อฟังพระวจนะพระเจ้า คุณมีชัยชนะเหนือมาร โดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้น จงทำเพื่อผลดีของตัวคุณเองและรีบให้อภัย
เริ่มต้นอธิษฐาน
“พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่ต้องการเปิดช่องให้ซาตานมีอำนาจหรือป้อมปราการในชีวิต ข้าพระองค์ไม่อยากให้สิ่งใดมาขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างข้าพระองค์กับพระองค์ ข้าพระองค์เลือกที่จะให้อภัย เพื่อจะมีความสัมพันธ์ที่ไหลลื่นและสนิทสนมกับพระองค์เสมอ”